ความเอื้ออาทรจากน้ำใจไมตรี มิตรภาพ รอยยิ้มที่หาได้ไม่ยากเย็นในสังคมไทย
กำลังจะจางหายไปแล้วหรือ ...
กุญชรเป็นนักออกแบบศิลปะคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ทำงานอย่างอิสระไม่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใด อันที่จริงแล้วเขาเคยทำงานให้กับบริษัทหลายบริษัท แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ใจไม่อยู่กับองค์กรนั้น จึงตัดสินใจออกมาทำงานหาเงินให้ตัวเอง อย่างไม่มีเหตุผลใดอื่น
ด้วยความเป็นลูกคนหัวปลีของบ้านข้าราชการชั้นประทวน และถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่อบอุ่น กุญชรจึงรักพ่อแม่และน้องชายของเขามาก ครั้นเมื่อศึกษาจบจากคณะนิเทศศิลป์จากสถาบันอุดมศึกษา กุญชรก็รีบออกหางานทำและได้งานโดยไม่ยาก เพราะเขาเป็นคนฝีมือดีทั้งยังเป็นคนมีอัธยาศัย มนุษยสัมพันธ์ดีและอ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง ความคิดเติบโตขึ้น เขาจึงยอมรับไม่ได้กับการเดินตามทางที่นายจ้างขีดไว้ กุญชรไม่ได้มีปัญหาอะไรกับองค์กร แต่ลาออกเอง ลาออกเพื่อมาทำความฝันและหารายได้จุนเจือครอบครัว
เมื่อลาออกใหม่ๆมีผู้ใหญ่หลายคนติดต่อถึงกุญชรเพื่อดึงตัวไปทำงานด้วย กุญชรรู้จักคนเยอะ และในขณะที่เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ก็ทำให้ผู้ใหญ่ใคร่รักและเอ็นดู แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ยอมเดินกลับไปยังงานประจำ งานที่ไม่มีอิสระทั้งเวลาและความคิด
กุญชรเริ่มออกหาลูกค้าด้วยตัวเองด้วยความหวังที่ว่าจะต้องทำงานทำเงินเพื่อให้ครอบครัวสบายและพ่อแม่จะได้ลำบากน้อยลง พ่อของเขาซึ่งเป็นทหารได้มอบรถยนต์ซึ่งเป็นรถคันเดียวของบ้านไว้ให้เขาใช้เพื่อการงานจะได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้นนอกจากรถ พ่อยังให้ปืนพกกุญชรไว้ติดตัวอีกหนึ่งกระบอก แล้วสำทับว่าอย่าใจร้อนและวู่วามเมื่อถือเครื่องมือฆ่าคนอย่างปืน ให้พกไว้ในกระเป๋าสะพายกระชับไว้ข้างรักแร้ตลอดเวลา ถ้ายามขับรถให้ปลดกระสุนและเปิดลูกโม่ไว้ตลอด จงใช้ยามจำเป็นและอย่าเล็งปากกระบอกปืนไปยังมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งของใดก็ตามที่ไม่ต้องการจะยิง พ่อย้ำ
เมื่อมียานพาหนะ การทำงานและประสานงานกับลูกค้าจึงดีขึ้นตามลำดับ ลูกค้าที่ต้องการให้กุญชรทำงานให้มีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง กุญชรตระเวณออกติดต่องาน ครั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ทำงานอย่างหนัก เขาทำเพราะความรักในการงานและดีใจเมื่อรู้สึกว่าตนเป็นกำลังหลักของครอบครัวและทุกอย่างไปได้ดี
กุญชรเป็นคนมองโลกในแง่ดี เขาไม่เคยมีปัญหากับใคร และเขามักจะคิดและเชื่อว่าทุกคนในสังคมจะมองโลกในแง่ดี และปฏิบัติต่อกันและกันอย่างรอมชอมและมีน้ำจิตน้ำใจอย่างที่เขาทำให้แก่คนอื่น กุญชรคิดแบบนี้เสมอมา และทำให้ชีวิตของเขาและครอบครัวไม่พบกับความยากลำบากและกังวลจิตใจ
ใกล้ส่งท้ายปีเก่า งานของกุญชรมีเข้ามามากจนรับและทำส่งลูกค้าไม่ทัน วันนี้เขาจะไปรับมัดจำครึ่งแรกจากบริษัทแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า จำนวนเงินที่จะได้รับวันนี้มากพอสมควรและเขาขอรับเป็นเงินสดเพื่อจะนำไปให้แม่ได้ดีใจและเหมือนเป็นของขวัญปีใหม่กลายๆ กุญชรออกจากบ้านแต่เช้าใช้เส้นทางด้านหลังไปทางบางบัวทอง เขาขับรถอย่างอารมณ์ดี
เมื่อขับรถไปได้สักระยะหนึ่งถึงทางซึ่งเป็นทางรถสองช่องทางและเนื่องจากถนนสายนี้มีรถบรรทุกหนักขนาดใหญ่วิ่งสัญจรไปมามาก การที่รถใหญ่กับรถเล็กจะวิ่งสวนกันอย่างน่าหวาดเสียวจึงถือเป็นเรื่องปกติ กุญชรขับรถไปจนถึงจังหวะหนึ่งที่มีรถบรรทุกวิ่งนำหน้าอยู่ในเลนส์เดียวกับเขา กุญชรจึงเปิดไฟแซงออกด้านข้าง เมื่อพ้นหัวรถบรรทุกพบกับรถปิกอัพคันหนึ่งนำหน้าอยู่ จึงต้องเร่งความเร็วเพื่อแซงให้พ้น เพราะขณะนี้รถของเขาอยู่อีกช่องทางหนึ่งซึ่งเป็นด้านตรงข้ามและด้านหน้ากำลังมีรถบรรทุกกำลังวิ่งตรงมาทางเขา กุญชรเริ่มรู้สึกว่าเร่งความเร็วอย่างไรก็ไม่พ้นรถปิกอัพคันทางซ้ายนี้ไม่พ้นสักที จึงได้รู้ว่าเจ้าของรถด้านข้างไม่ยอมให้เขาเข้ามาในเส้นทางเดิม ด้วยความไม่มีน้ำใจ หมั่นไส้ กลั่นแกล้งหรืออย่างไรก็ตามที นี่ถ้าเขาไม่ลดความเร็วลง กุญชรต้องประสานรถเข้ากับรถบรรทุกที่สวนมาอย่างแน่นอน ณ เวลานี้ไม่มีเวลาคิดในเมื่อไม่ให้เข้า กุญชรจึงพยายามเร่งความเร็วสุดชีวิตเพื่อช่วยเหลือตัวเอง จังหวะแรกไม่พ้น เขาพยายามและเบียดเข้ากลับมายังช่องทางเดิมได้อย่างหวุดหวิด ระหว่างที่กำลังเข้ามาช่องทางเดิม เขารู้สึกได้ถึงแรงดูดอันรุนแรงจากรถบรรทุกนั้นเนื่องจากความใกล้เกือบจะถึงกันระหว่างตัวถังของรถก็เป็นได้
กุญชรมองกระจกหลัง เห็นขับรถปิกอัพคันนั้นทำหน้าตาขมึงทึงใส่ กุญชรสับสนและรู้สึกประหลาดใจในความใจร้ายใจดำของคนขับรถคันนั้น เขารู้สึกผิดหวังและกระอักกระอ่วนอย่างมาก ในหัวคิดแต่สิ่งดีที่เขาทำให้กับคนอื่น น้ำใจ ไมตรีจิต ทั้งที่เขาคิดว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น ไม่ ไม่ใช่ ทำไมมีคนแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้อีกด้วยหรือ กุญชรคิด
ถึงบริษัทของลูกค้า ...
กุญชรขับรถมาถึงลานจอดรถของบริษัทลูกค้าแต่หาที่จอดรถไม่ได้ เนื่องจากรถของพนักงานจอดกันเต็ม แต่ยังเหลือที่จอดบางจุดที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างลานจอดรถกับทางเข้าบ้านบุคคลทั่วไป กุญชรหาที่จอดไม่ได้จึงตัดสินใจจอดบริเวณนั้นเพราะคิดว่าขึ้นไปรับสตางค์แล้วจะรีบลงมา อีกทั้งเวลานี้เป็นเวลาทำงาน บ้านคนคงจะไม่มีคนอยู่มากและไม่น่าจะมีรถเข้าออกในช่วงเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ เมื่อจอดรถสนิทจึงได้บอกขออนุญาตกับยามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่าขออนุญาติจอดสักครู่ เนื่องจากรู้ว่าตัวเองจอดผิดที่สักเล็กน้อย
ระหว่างที่กุญชรคุยอยู่กับผู้จัดการซึ่งกำลังรอเบิกเงินให้อยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์ขึ้นมาจากชั้นล่างให้ช่วยตามกุญชรมาถอยรถ เพราะขวางทางเข้าออกของเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง กุญชรเห็นจอดรถขึ้นมานานเกินไปจึงได้รับสตางค์และรีบลงมาจากชั้นบนของออฟฟิศเพื่อจะถอยรถและนำรถออกเพื่อกลับบ้าน
เมื่อลงมาถึง กุญชรยิ้มให้กับยามคนเดิมและกล่าวคำขอโทษที่จอดรถขวางทาง และเมื่อเห็นเด็กชายคนหนึ่งคาดว่าจะเป็นลูกของเจ้าของรถที่กุญชรไปจอดขวางทางยืนทำหน้าไม่พอใจ กุญชรจึงยิ้มให้และพยักหน้าเพื่อแสดงออกถึงการขออภัย แต่เมื่อมองไปในรถเพื่อจะกล่าวขออภัยกุญชรไม่เห็นหน้าคนขับเนื่องจากติดฟิล์มกรองแสงดำสนิท กุญชรรีบเดินไปออกรถ เดินหน้าไปยังท้ายซอยเพื่อทิ้งระยะให้รถคันนั้นเลี้ยวเข้าบ้านของเขาได้ และกลับรถมาสู่ทางออกเดิมเพื่อจะออกสู่ถนนใหญ่ตรงกลับบ้าน
เคลื่อนรถมาได้ไม่กี่สิบเมตร ถึงหน้าบ้านของเจ้าของรถคันนั้นเห็นเด็กผู้ชายคนเดิมยืนทำหน้าไม่ค่อยดียืนคู่อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งดูลักษณะเป็นหญิงไทยเชื้อสายจีนคาดว่าเป็นแม่ของเด็กชายคนนี้และเป็นผู้ขับรถคันเมื่อสักครู่ กำลังยืนกร่นด่าพร้อมกับหันหน้ามาทางกุญชร เขาเห็นก็ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังด่าเขาอยู่ จากการพยักเพยิดหน้าท้าทาย สีหน้าและริมฝีปาก หญิงคนนั้นด่าว่าเขาอย่างรุนแรง กุญชรขับผ่านไปโดยไม่มอง เพราะไม่อยากมีปัญหาอีกทั้งเขาก็ยังเป็นฝ่ายผิด แต่ถึงอย่างไรสำหรับกุญชรเรื่องแค่นี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเป็นเขา เขาจะไม่ทำเช่นผู้หญิงคนนั้นเพราะผู้ทำผิดอย่างกุญชรได้กล่าวขอโทษไปแล้ว กุญชรเริ่มสับสนกับความคิดของตนเอง มันอะไรกันทำไมจิดใจคนเราเป็นไปได้ .....
กุญชรขับรถออกมาถึงถนนใหญ่เหลือบไปเห็นกระจกมองข้างโดนผลักเปิดไปทางด้านหน้า จึงเปิดกระจกลงเพื่อจะปรับให้เข้าที่ แต่ด้วยเอะใจ จึงชิดข้างทางเพื่อจอดดูรถ เมื่อลงมาจึงเห็นว่านอกจากกระจกที่พังเปิดไปทางด้านหน้าแล้ว ยังพบรอยขีดเป็นทางยาวด้านข้างตัวรถสีถลอกเปิดอย่างมาก และยังมีรอยบุบอีกหลายจุด กุญชรเริ่มคิดและผิดหวังอย่างร้ายกาจ เขาคิดผิดและเสียศรัทธาอย่างมากกับสิ่งที่เขาเคยคิดว่าจิตใจที่ดีงามของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจะมีติดตัวอยู่ทุกคนอย่างที่เขาเป็นและหมั่นมอบสิ่งดีให้แก่มนุษย์ด้วยกัน และไม่คิดเลยว่าใครจะทำแบบนี้ได้เพียงเพราะสาเหตุเล็กน้อยอย่างจอดรถกีดขวางทางเล็กน้อยเพียงเท่านี้
กุญชรกลับรถใต้สะพานกลับมายังซอยเดิม เคลื่อนรถเข้าไปอย่างช้าผ่านยามคนเดิม กุญชรพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย
รถเลยมาถึงหน้าบ้านของผู้หญิงคนนั้น เธอยังยืนอยู่หน้าบ้านกำลังเก็บข้าวของลงจากรถ เมื่อหันมาเห็นกุญชรเธอตกใจเล็กน้อย และตะโกนด่าใส่หน้ากุญชร
" กลับมาทำไมอีกละ ไอ้ควาย!!! จอดรถภาษาอะไรของมึง เดี๋ยวเถอะมึงเจอดี "
กุญชรไม่พูดอะไร ชักปืนลูกโม่จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมายิงหนึ่งนัดเข้ากลางแสกหน้า ผู้หญิงหน้างิ้วคนนั้นล้มทั้งยืน เด็กซึ่งเป็นลูกชายออกมาด้วยเสียงปืนดัง พบแม่นอนกะโหลกยุบเพราะแรงล้มหัวกระแทกกับขอบปูนพื้นลานจอดรถของบ้านเห็นเป็นรอยยุบ และมันสมองของผู้เป็นแม่ทะลักออกมาจากจุดรูที่กุญชรยิงเข้าใส่ เขาทรุดลง
กุญชรเดินกลับขึ้นรถ ยามคนเดิมยืนขาแข็งไม่เข้ามาทำอะไรกุญชร เขาสตาร์ทเครื่องเคลื่อนรถออกไปพร้อมกับพยักหน้าเป็นการกล่าวลาแก่ยาม และพุ่งรถไปทางปากซอยออกสู่ถนนใหญ่
เขาโทรศัพท์กลับถึงแม่ บอกว่าวันนี้รับเงินมาหลายสิบหมื่นเป็นเงินสดอยู่กับเขาในรถ ตั้งใจเอามาเป็นของขวัญปีใหม่ให้แม่แล้ววางหูไปกุญชรไม่บอกอะไรแม่ของเขามากไปกว่านี้
ขับมาถึงแยกใหญ่มองเห็นสะพานข้ามทอดยาวไปสุ่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา แสงแดดสาดเข้ามาในตัวรถ
ชายผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งมีศรัทธา ... ศรัทธาในหัวใจ ...
มองไปในไออุ่นของแสงแดด ศรัทธาแห่งความดีมีไมตรีจิตของคนเรากำลังจะจางหายไป
หายไป ....
กุญชรไม่ได้โกรธ
ไม่ได้เกลียด
ไม่ได้โมโห
เพียงแต่เขารู้สึกผิดหวังอย่างแรงกับสิ่งที่เขาคิดและศรัทธา
ความมีไมตรีจิต น้ำใจ ความเอื้ออาทรกันของเพื่อนมนุษย์ สิ่งดีๆบนโลกนี้ที่คิดไว้ไม่จริง มันกระทบเข้ากับจุดเปราะบางในความรู้สึกของเขาอย่างรุนแรง
แสงแดดกำลังจะเลือนไป
เชกเช่นความอบอุ่นจากความหมายของไมตรีจิต ที่ค่อยจางหายไปจากสังคม
ปืนลูกโม่กระชับแน่นในอุ้งมือ ...
" ปัง !!!!!!!!!! "