2006/Apr/05








(ต่อจากตอนที่แล้ว)






ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

สิ้นเสียงปืน เจนตกไปในคูน้ำตื้นข้างสวน ในขณะที่เธอวิ่งเข้าไปเพื่อจะช่วยออนชและอองญีนั้นมีทหารนายหนึ่งเห็น และพุ่งเข้ามาเอาพานท้ายปืนกระแทกที่ท้องของเจน เธอจึงเซถลาตกลงไปในคูน้ำ และสลบไป ผมเห็นออนชโดนยิงเข้าที่หัวด้วยสามนัด ส่วนอองญีสะบัดตัววิ่งออกจากวงล้อมทหารเมื่อเห็นเจนวิ่งเข้าไป แต่โดนทหารคนหนึ่งใช้ดาบยาวอย่างตาบโบราณที่ทั้งหนาและหนักฟันเข้าที่หัว ผมเห็นสภาพศพของอองญีตอนนั้นยังติดตามาถึงทุกวันนี้ หัวของอองญีเกือบแบ่งเป็นสองซีกด้านนึงถูกแรงฟันของดาบทำให้แยกออกจากหัวอีกด้านหนึ่ง แบ่ะลงมาเกือบชิดกับหัวไหล่ ...


พระเจ้าช่วย!!! ส่วนผม ตอนนี้ถูกทหารเขมรแดงพวกนั้นพบแล้ว ผมเผลอรุดตัวออกมาจากพงหญ้าเพื่อจะคว้าตัวเจนไว้แต่ไม่ทัน และเมื่อผมหันกลับไปหาสตีฟ สตีฟไม่อยู่ด้านหลังผมแล้ว

หลังจากเหตุการณ์นั้นพวกเราสองคนโดนจับเป็นเชลย นำไปขังไว้ที่คุกตูลแสลง ระหว่างทางที่ไปยังคุกนั้นผมเห็นเจนมีเลือดออกอย่างมากมายที่หว่างขาของเธอ ผมไม่ทราบว่าเธอเป็นอะไร ไม่นานนักเราก็ถึงคุกตูลแสลง
แล้วพวกทหารพาผมและเจนลงไปยังลานกลางของที่นั้น เจนสลบอยู่และมีแพทย์ทหารเข้ามาตรวจอาการและพวกนั้นก็พาเธอแยกจากผมไป

ผมถูกขังอยู่ในคุกตูลแสลง โดยถูกขังเดี่ยวอยู่ในห้อง ผ่านไปกี่วันไม่รู้ได้เพราะมืดไปหมดมองไม่เห็นแม้กระทั่งแสงอาทิตย์ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ และแล้วประตูก็ถูกเปิดออก

ผมขยี้ตาแรงเนื่องจากแสงอาทิตย์เสียบเข้าไปอย่างจัง เมื่อปรับสายตาเข้าที่ได้แล้ว ผมมองออกไปทางประตูเห็นทหารนายหนึ่งและ...

"พอลล์!!! โอ้พระเจ้า คุณมาจริงๆ " ผมโถมกอดเข้าหาพอลล์และร้องไห้

หลังจากนั้นพวกของเราที่แคมป์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็พาผมออกมาจากคุกนั้นพร้อมกับเจน ผมเห็นสตีฟมาด้วย และเพิ่งเข้าใจว่าสตีฟหายไปไหนที่แท้เขานี่เองที่ไปตามคนมาช่วยพวกเรา

เจนมีท่าทางไม่ต่างจากผมมากนัก อิดโรยและสีหน้าตรึงเครียด ผมมาทราบทีหลังว่าพวกเราทั้งสองคนได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐร่วมมือกับสหประชาชาติในการช่วยเหลือผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ตกเป็นเชลยของเขมรแดง ผมไม่ทราบว่าทำไมเขมรแดงถึงยอม แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว นอกจากผมและเจนยังมีเพื่อนผู้สื่อข่าวอีกหลายคนที่ได้รับการปลดปล่อยออกมาในครั้งนี้ด้วย

นอกจากความแปลกใจจากการรอดชีวิตของตัวเองแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ผมแปลกใจมากเมื่อทราบว่าเจนตั้งครรภ์ จากเหตุการณ์วันนั้นวันที่เราโดนจับมา ออนชและอองญีตาย เจนวิ่งเช้าไปช่วยและถูกทำร้าย เธอตกเลือดแต่ปาฏิหารย์ที่เด็กในท้องไม่เสียชีวิตไป ซึ่งเด็กในท้องของเจนก็คือลูกที่เกิดกับผมนั่นเอง ... ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนและเธอก็ไม่รู้เช่นเดียวจนเกิดเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมา ...

หลังจากนั้นพวกเราถูกส่งกลับประเทศด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาล

6 ปีต่อมา ...
เมื่อกลับมาถึงอเมริกา ผมกับเจนแต่งงานกันและต่อมาเจนก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาว ผมตั้งชื่อเธอว่า "คาเดีย" ผมตัดคำมาจากชื่อของประเทศกัมพูชา(Cambodia) ซึ่งนับจากปีนั้นถึงตอนนี้อายุของเธอก็ย่างเข้า 5 ขวบแล้ว คาเดียเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ทุกคนในครอบครัวรักคาเดีย แต่ที่น่าแปลกคือตั้งแต่เธอเกิดมานั้น คาเดียไม่เคยพูด และผมก็ไม่เคยได้ยินเสียงของคาเดียเลยแม้แต่รอยยิ้มก็ตามที ทำไม .... ผมเคยถามตัวเองว่าทำไมลูกไม่พูดและไม่ยิ้มแย้มร่าเริงเหมือนลูกคนอื่น แต่อย่างไรผมก็รักเธอ

ครั้งนึงผมพบคาเดียอยู่ในห้องมืดชั้นใต้ดินของบ้านที่ผมแบ่งไว้สำหรับล้างฟิล์มและทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายของผม ผมพบเธอยืนตัวแข็งเหมือนหิน มองภาพถ่ายในอัลบั้มเก่าที่ฝุ่นจับหนาซึ่งผมวางไว้ในลิ้นชักด้านในสุด ผมรีบพาเธอขึ้นไปบนชั้นบนของบ้านทันทีเนื่องจากสงสัยว่าคาเดียลงมาได้อย่างไร และเมื่อผมกลับลงมาเพื่อเก็บอัลบั้มนั้น ผมตกใจมากเมื่อเห็นภาพในอัลบั้มที่เธอเปิดทิ้งไว้

มันเป็นภาพใบหน้าของออนช กำลังแสดงสีหน้าร้องขอชีวิต ความกลัวตาย ใบหน้าของมนุษย์ที่กำลังจะตาย ใบหน้าของออนชกินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของภาพและส่วนที่เหลือเป็นรูปของปลายกระบอกปืน พร้อมด้วยเลือดที่สาดกระจาย ... ผมเก็บฟิล์มของภาพนี้ไว้ได้จากเหตุการณ์วันนั้นและเมื่อโดนจับผมจึงได้นำมันเก็บซ่อนไว้ในกางเกงชั้นในเพื่อไม่ให้ถูกตรวจค้นเจอจากทหารเขมรแดงในคุกตูลแสลง

ผมเก็บภาพนี้ไว้เป็นความลับตลอดมาแม้แต่เจนก็ยังไม่รู้ว่าผมได้เก็บภาพที่แสดงถึงความชั่วร้ายเลวทรามและไร้มโนธรรมอันเกิดจากกิเลสที่ผมได้ถ่ายไว้บนความตายของผู้อื่นซึ่งกำลังจะตายแต่ผมกลับเฉยเมยสนใจแต่ความต้องการชั่วๆของตัวเอง ผมมันสัตว์นรกดีๆนั่นเอง แต่ ... ทำไมคาเดียถึงได้มาเปิดและพบมันเข้า ...

ปี คศ 1982 เจ็ดปีหลังจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาสิ้นสุดลง ผมได้รับเกียรติจากสำนักข่าวรัฐบาลสหรัฐให้ไปยังประเทศกัมพูชา ในฐานะผู้สื่อข่าวสายการเมืองกิตติมศักดิ์ เพื่อไปทำการอบรมและปฐมนิเทศนักข่าวภาคสนามที่กำลังจะเริ่มประจำอยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยการไปในครั้งนี้คือการกลับไปกัมพูชาในรอบเจ็ดปีหลังจากที่ผมและเจนได้จากสมรภูมินั้นมา การไปทำข่าวคราวที่แล้วคือการไปสนามรบ แต่การไปในครั้งนี้เหมือนเราไปพักผ่อน ผมจึงรู้สึกเฉยๆกับการไปเยือนกัมพูชาครั้งนี้ซึ่งผมได้พาเจนและคาเดียไปด้วย

หลังจากจัดการเรื่องงานเรียบร้อย ผมก็ออกตระเวณท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆในกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็น อนุสรณ์สถานรำลึกเอกราช เจดีย์เงิน วัดพนม และที่แห่งความหลังอันโหดร้ายอย่างพิพิธภัณฑ์คุกตูลแสลง ผม เจนและคาเดียสนุกกับการเดินทางพอสมควรเพราะกัมพูชาเปลี่ยนไปมาก แต่เมื่อถึงสถานที่อย่างพิพิธภัณฑ์คุกตูลแสลงแล้วเจนก็ยังอดที่จะหวาดผวาไม่ได้

เราเดินทางต่อมายัง อนุสรณ์เจืองเอ็ก Choeung Ek Memorial (The Killing Filed) อนุสรณ์เจืองเอ็กเป็นที่เก็บหัวกะโหลกของเหยื่อสังหารหลายพันคนของเขมรแดง เป็นที่แสดงถึงความโหดร้ายและระลึกถึงผู้เสียชีวิต ผมกับเจนพาคาเดียลงไปดูสถานที่แห่งนี้ ในทีแรกคิดว่าคาเดียจะกลัวหัวกะโหลกผีแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น คาเดียเดินดูบริเวณรอบๆด้วยสีหน้าปกติของเธอ จนถึงบัดนี้คาเดียก็ยังพูดไม่ได้ ยิ้มก็ยังไม่เคยยิ้มกับพ่อแม่สักครั้ง ผมเห็นเธอมองตรงไปที่กลุ่มของหัวกระโหลกบนชั้นวางและเดินเข้าไปหากระโหลกเหล่านั้น คาเดียเอื้อมมือเข้าไปกำลังจะหยิบกระโหลก ผมเห็นภาพนั้นแปลกดีจึงจับกล้องขึ้นมาซูมเข้าไปเตรียมถ่ายเก็บไว้ ภายในเลนส์ที่มองผ่าน ผมเห็นคาเดียจับไปที่หัวกะโหลกใบหนึ่ง ที่หัวกะโหลกนั้นมีรูใหญ่สามรูปรากฏอยู่ที่ด้านบนค่อนไปทางหลัง แล้วคาเดียก็จับรวบมันมาไว้ที่บริเวณแก้มของเธอ

ในช่องเลนส์นั้นผมถึงกับสะท้านเมื่อเห็นคาเดียกำลังซุกไซ้บ่ายแก้มของเธอกับกะโหลกใบนั้นพร้อมกับร้องเสียงดัง

" ฮือออออออออออออ แม่จ๋าาา แม่จ๋าา ฮืออออ ฮืออออ "
เป็นครั้งแรกที่คาเดียส่งเสียงออกมา เสียงร้องไห้และคำพูดที่น่าแปลกของเธอทำเอาผมตกใจจนต้องละสายตาออกจากช่องเลนส์

คาเดียหันมาทางผมแต่ยังไม่ละแก้มออกจากกะโหลกใบนั้น น้ำตาที่อาบแก้มไหลลงไปยังช่องตาของกะโหลกราวกับว่าคาเดียและกะโหลกผีนั้นร้องไห้ร่วมกันอยู่

พลันสายตาดุดันของเด็กหญิงที่เกือบจะเป็นสีแดงก็หันมามองที่ผม

ผมแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นคือคาเดีย



" ไอ้สารเลว มึงไม่ยอมช่วยแม่กู ไอ้สารเลว กูจะตามจองล้างจองผลาญมึงไปชั่วกัปชั่วกัลป์ "



สิ้นเสียงของคาเดีย ผมมองไปที่รูโบ๋สามรูที่หัวกะโหลกใบนั้นและมองสวนไปที่ดวงตาแดงก่ำของเด็กหญิง



ทั้งสรรพกายแข็งค้าง



สัญชาตญาณผุดความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน




อองญี !!!

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
.....
ยอดเยี่ยมครับ

ถามจริงๆเคยรวมเล่มขายบ้างรึเปล่า
#1  by  skullman At 2007-06-22 11:13, 

<< Home