สายตาคู่นั้น ...
อาหารมื้อค่ำเบื้องหน้า ...
อาหารแสนหรูรสชาติเหนือคำบรรยายของภัตตาคารนี้หมดรสชาติไปในทันที
เมื่อต้องนั่งร่วมโต๊ะกับคนคนนี้ " เจ้าคนชั่ว "
ทำไมคนเราในสังคมต้องจ้องจะซ้ำเติม ทำร้ายกันด้วยคำพูด ถากถางกันด้วยวาจา
ผมไม่เข้าใจ เมื่อเห็นคนที่ผิดพลาด หกล้ม แทนที่จะเข้าช่วยพยุง
ไม่ใช่ด้วยการปฏิบัติพัดวีแต่ด้วยวาจาก็ยังดี
วันนี้ผมล้ม ผมพลาด ผมผิด ผมรู้ ...
บรรยากาศร้านนี้ดีมาก มีเสียงดนตรีขับกล่อมลำนำเพลงเพราะ
แสงไฟพอประมาณ ในปริมาณที่โรแมนติก
วันนี้ผมมากับแฟน และเพื่อนสนิทของแฟนซึ่งเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
โดยเธอพาแฟนเธอมาด้วยเช่นกัน สำหรับเราทั้งสองคู่แล้ว เคยพบเจอกันบ้างแต่ไม่มาก
ไม่ถึงกับสนิทชิดเชื้อ แค่พูดคุยกันตามประสาคนรู้จัก
นั่นคือในความคิดผม
แฟนของผม ... เธอพยายามทำให้ผมลืม ทำให้ผมมีความสุข
ผมพลาด ผมเจ็บ เจ็บอย่างแรงกับหน้าที่การงานที่ไม่ประสบผล ความหวังทุกอย่างพังทลาย
เธอทราบและรับรู้ในความผิดหวังของผม เธอจึงพาผมมาที่นี่ มาเพื่อผ่อนคลาย
ถึงแม้มันจะเป็นแค่อาหารมื้อค่ำก็เถิด ..... ผมรักเธอ
แต่ .... ทำไมต้องมาเจอผู้ชายคนนี้ด้วย ...
ตลอดการสนทนาบนโต๊ะอาหาร ชายคนนี้พูดถึงแต่ความร่ำรวย ความดีพร้อมของตัวเอง
สลับกับถามไปมาถึงธุรกิจของผมอยู่ตลอดเวลา วาจาท่าทีที่เหมือนร่าเริง และไม่คิดอะไรของเขานั้น
มันเสียดแทง ซ้ำเติมเข้าไปในความคิดของผม คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของชายผู้นี้
ไม่รู้ตัวบ้างว่ากำลังทำร้ายคนที่นั่งอยู้ด้านหน้าเขารุนแรงเพียงใด
ความแตกต่างระหว่างสถานภาพของเขากับผมในตอนนี้ ห่างกันมาก ยิ่งทำให้ผมคิด
จมดิ่งในความรู้สึกที่ผิดพลาด ทำไมต้องพูด ทำไมต้องซ้ำเติม รอยยิ้มนั้น วาจานั้น ...
รอยยิ้มบนใบหน้าเฉยที่สวนออกไปของผม ทำไห้เขาหยุดหัวข้อสนทนาที่เลวร้ายที่สุดลงได้
ชั่วครู่หนึ่ง ... ผมก้มหน้าลง เพื่อจะตัดเนื้อสเต็กกินต่อไป ...
แล้วเขาก็พูดขึ้นอีก หูไม่ทันฟังได้ความว่าอย่างไร ไวเท่าใจคิด ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้
พร้อมกับทาบมีดหั่นสเต็กลงบนใบหน้าของชายผู้นั้น ตวัดไปมาอยู่บนใบหน้าของชายคนนี้นาน
นานพอที่จะเห็นเลือดไหลออกมาอย่างมากมาย ส้อมอีกมือจิ้มเข้าไปในลูกนัยน์ตาของเขา
ผมหมด ... หมดความอดทนกับชายผู้นี้ เขาทำร้ายผมด้วยวาจา
แต่ผมจะฆ่าเขาด้วยมีดและส้อมในมือผมนี่ ตาย !!! แกต้องตาย !!! ไอ้คนชั่ว !!! .....
เลือดสีแดงเป็นลิ่มไหลอาบโต๊ะอาหาร ...
ผมปรับสายตาที่พร่ามัวกลับมา มองที่ปลายมีดหั่นสเต็กในจานและเห็นปลายส้อมอยู่เคียงกัน
เลือดสีแดงของเนื้อวัวติดอยู่ที่ปลายส้อม ทุกครั้งที่เนื้อได้รับแรงกดจากปลายมีด
เลือด... เลือดสีแดงสดจะไหลออกมาจากเนื้อสันในแสนนุ่ม ...
ผมคิดไปได้อย่างไรกัน ผมทำร้ายเขาเท่ากับว่าผมเป็นฆาตกร
ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายไปอีก แค่นี้ยังเลวร้ายไม่พออีกหรือ?
ผมคิดในใจ เมือสักครู่ผมหลงไปถึงไหนกันนะ ความคิดเลวร้ายมันเข้ามา
เข้ามาครอบงำในจิตใจของผม ...
ผมต้องกำจัดความคิดเลวร้ายนี้ออกไป ...
เมื่อคุณมองตาผู้ใดแล้ว รู้สึกว่าโลกหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
หูอื้อ สายตาพร่ามัว และบันดาลโทสะ
คุณจะมองไม่เห็นความเป็นคนของคนผู้นั้น
คุณพร้อมที่จะทำร้ายและฆ่าเขาหรือเธอ
เพราะความเป็นคนของคนอื่นได้หายไปจากมโนจิตรับรู้ของคุณ
ณ เวลานั้น ...
คุณจะมองบุคคลเป็นผักปลา เป็นสัตว์ เป็นอะไรก็ตามที่ไม่ใช่มนุษย์ ...
ใช่ คุณฆ่าเขาได้ ทำเลย ทำเลยสิ แต่อย่าลืมว่าเมื่อคุณทำเช่นนั้น
คุณก็จะไม่มีความเป็นคนเหลืออยู่เช่นกัน คุณเป็นฆาตรกร ... คุณฆ่าคน ...
ผมคิด คิด เช่นนั้นอยู่ในใจ ผมเป็นมนุษย์ที่มีความอดกลั้นพอ
ถึงแม้ว่าทุกอย่างในอนาคตผมจะจบสิ้นไป แต่ผมยังเป็นมนุษย์ ...
แสงสว่างเกิดในใจ ใช่ ผมกำจัดมันได้แล้ว เจ้าความคิดชั่วช้าที่ผ่านเข้ามาในห้วงนั้น ... ใช่
เสียงของชายเบื้องหน้าผมยังไม่จางหายไป เขายังพูดอยู่แต่เรื่องเดิม
แต่ ... ผมคิดได้แล้ว ผมจะไม่โกรธ ไม่เกลียดชายผู้นี้ที่เขาทำร้ายผมด้วยวาจาที่ไม่ยั้งคิดของเขานั้น
ผมจะให้อภัยในความโง่เขลาและความไม่รู้จักกาลเทศะของเขา ผมจะกินสเต๊กของผมต่อไป
กินต่อไปอย่างมีความสุข ช่างมันเจ้าคนปากมาก อย่าพลาดบ้างก็แล้วไป ผมคิดอยู่ในใจ ...
เวลานี้ผมเหมือนนั่งอยู่ที่นี่คนเดียว ผมมีความสุข สุขอย่างบอกไม่ถูก สุขที่คิดได้ สุขที่ให้อภัย
แต่ ... เสียงของผู้ชายคนนี้ยังไม่จางไปจากโสตประสาท และยิ่งหนักข้อขึ้นทุกที ...
สเต็กเนื้อคำสุดท้าย ถูกบรรจงจิ้มเข้าปากด้วยส้อมประจำมือ อื้มมม อร่อยมาก
สเต๊กชิ้นสุดท้ายจะอร่อยอย่างนี้ทุกชิ้นไหมนะ ผมคิดในใจ เหมือนโลกหยุดนิ่งไปเลยนะ อร่อยจริง
ผมมีความสุขมาก ... แต่ ชายผู้นั้นก็ยังไม่หยุดพูดและผม ...เริ่มบันดาลโทสะ
ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา ... ผมเห็นรอยยิ้ม และเห็นริมฝีปากของเขาขยับ แต่ ... ผมไม่ได้ยินเสียง ...
ผมบอกเพื่อนร่วมโต๊ะและคู่รักของผมว่าจะขอเข้าห้องน้ำสักหน่อย เธอพยักหน้ารับ
พร้อมด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่าผมจะคิดอะไรอยู่ไหมนะ เธอเป็นห่วงผมจริงๆ
แต่ ณ เวลานี้ ผมแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ... ผมลุก ... และเดินไป
บนโต๊ะ ... ที่จานของผม... วางส้อมไว้ด้ามเดียว
ผมเดินผ่านผู้ชายที่อยู่เบื้องหน้าเพราะนั่งตรงข้ามกัน ผมเดินผ่านมา ได้ระยะหนึ่ง
ผมได้ยินเสียงเหมือนคนในร้านโวยวายอะไรกัน ได้ยินเสียงผู้หญิงและผู้ชายร้อง
เสียงนั้นคุ้นมาก แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเพราะได้ยินไม่ถนัด ผมเดินเข้าห้องน้ำไป ...
ผมออกมาจากห้องน้ำ ระหว่างที่เดินกลับมาที่โต๊ะผมรู้สึกมึนหัวและอึดอัด ตาก็พร่ามัวไปหมด
ผมเป็นอะไรไปนะ สงสัยจะกินมากไป หรือจะเป็นไข้
ทันใดนั้น ... ผมต้องหันไปมองข้างลำตัว
ชายหนุ่มสองคน แต่งตัวคล้ายการ์ดของร้าน กำลังจับแขนผมไว้ทั้งสองข้าง
เขามาจับผมทำไมนะ เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ ผมได้ยินไม่ค่อยถนัด
แต่เสียงผู้คนร้องโวยวายยังดังอยู่เลย ตั้งแต่เข้าและออกมาจากห้องน้ำ
คนเขาเป็นอะไรกัน ร้องทำไม ผมนึกในใจ
พลันสายตาพร่ามัว ปรับชัดขึ้น ผมมองหาแฟนของผม
สายตามองไปที่โต๊ะทานอาหาร เห็นแฟนผมมองมาที่ผมและร้องโวยวาย
ผู้หญิงอีกคนที่เป็นเพื่อนแฟนนั่งร้องไห้กองอยู่กับพื้น
และผู้ชายคนนั้นนอนอยู่กับพื้นพร้อมลิ่มเลือดที่ไหลออกมาจากแถวศรีษะ ...
ผมปรับสายตาให้ชัดขึ้น พยายามเพ่ง และมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง ...
และผมเห็น ...
มีดของผม ...
ปักอยู่ ...
ปักอยู่ที่หูเขา ...